ประกาศ บริษัท พลิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด และบริษัทฯ ในเครือ
ที่ PDPA 001/2569
นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล บริษัท พลิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด และบริษัทฯ ในเครือ
บริษัท พลิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด และบริษัทฯ ในเครือ มีความตระหนักและให้ความสำคัญในความเป็นส่วนตัว และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ของบุคลากร ลูกค้า คู่ค้าธุรกิจ และพันธมิตรทางธุรกิจ โดยบริษัทฯ ปฏิบัติตามหลักของกฎหมาย และตามหลักมาตรฐานสากล เพื่อป้องกันข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯจัดเก็บนำไปใช้ในทางที่ผิด จึงประกาศนโยบาย ดังต่อไปนี้
- ขอบเขตของนโยบาย
นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล นี้มีวัตถุประสงค์เพื่ออธิบายวิธีการที่บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ และ
เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน รวมถึงสิทธิที่ท่านมีเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลนี้ บริษัทฯ มีหน้าที่คุ้มครองความปลอดภัยของข้อมูลที่บริษัทฯ ได้ให้บริการ และหรือที่บริษัทฯได้รับจากท่าน
2. คำนิยาม
2.1 “บริษัทฯ” หมายถึง บริษัท พลิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด และบริษัทฯ ในเครือ และหมายถึง
ผู้กระทำการแทนบริษัทฯ ดังกล่าวด้วย
2.2 “ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง ข้อมูลใด ๆ ซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือ
ทางอ้อม รวมถึงข้อมูลของผู้ควบคุมข้อมูลหรือเจ้าของข้อมูลที่ให้ไว้แก่บริษัทฯ เพื่อให้บริษัทดำเนินการตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในสัญญาบริการ โดยแบ่งข้อมูลส่วนบุคคลออกเป็น 2 ประเภทดังนี้
2.2.1 ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป หมายถึง ชื่อ – นามสกุล และชื่อเล่น วันเดือนปีเกิด อายุ ที่อยู่อาศัย
หมายเลขโทรศัพท์ หมายเลขโทรสาร ชื่อผู้ใช้ อีเมล เลขประจำตัวบัตรประชาชน เลขหนังสือเดินทาง เลขบัตรประกันสังคม เลขใบอนุญาตขับขี่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี เลขบัญชีธนาคาร ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน ทะเบียนรถยนต์ โฉนดที่ดิน หรือสิ่งอื่นใดที่ทำให้รู้ตัวบุคคลนั้นได้ เช่นลายพิมพ์นิ้วมือ หรือแผ่นบันทึกลักษณะเสียงของคน หรือรูปถ่ายและให้หมายความถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมแล้วด้วย
2.2.2 ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลที่ พ.ร.บ.คุ้มครองส่วนบุคคล
กำหนดให้เป็นข้อมูลที่มีความอ่อนไหว ซึ่งบริษัทฯ ได้เก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย หรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหวไปต่างประเทศ เมื่อบริษัทฯ ได้รับความยินยอมตามกฎหมายจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหว เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับ เชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลทางพันธุ์กรรม ข้อมูลทางชีวภาพ (Biometric) เช่น ข้อมูลภาพจำลองใบหน้า ข้อมูลจำลองม่านตา ข้อมูลจำลองลายนิ้วมือ เพื่อวัตถุประสงค์ยืนยันตัวตน หรือข้อมูลอื่นใดซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกัน ตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด
2.2.3 “ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล” Data Controller (DC) หมายถึง นิติบุคคลที่เป็นผู้รับบริการ
ของบริษัทฯ และบริษัทที่เป็นผู้เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลโดยตรงจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
2.2.4 “ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” Data Processor(DP) หมายถึง การเก็บรวบรวม ใช้ หรือ
การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้บริษัทฯ ดำเนินการตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในสัญญาบริการ โดยบริษัทฯ ไม่เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
2.2.5 “เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล” Data Subject (DS) หมายถึง บุคคลธรรมดาเท่านั้น ที่ยังมีชีวิตอยู่
ที่ถูกระบุหรือสามารถถูกระบุตัวได้ด้วยข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับบุคคลนั้น และไม่รวมถึง “นิติบุคคล” ที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายเช่น บริษัท สมาคม มูลนิธิ หรือองค์กร
3. การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล
3.1 บริษัทฯ จะใช้วิธีการที่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรมในการเก็บรวบรวมข้อมูลและเก็บ
รักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โดยในการเก็บรวบรวมนั้นจะทำเพียงเท่าที่จำเป็นแก่การดำเนินงานภายใต้วัตถุประสงค์ของบริษัทฯ และตามที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น
3.2 บริษัทฯ ในฐานะเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจะขอความยินยอมจากท่านก่อนทำการเก็บ
รวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่
1) เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการจัดทำเอกสารจดหมายเหตุเพื่อประโยชน์สาธารณะ
หรือที่เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยหรือสถิติซึ่งได้จัดให้มีมาตรการป้องกันที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของท่าน
2) เพื่อประโยชน์ต่อการป้องกันและระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพ หรือ
ความปลอดภัย
3) เพื่อปฏิบัติตามสัญญาที่มีความผูกพันระหว่างกัน
4) เพื่อดำเนินการตามหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด หรือตามคำสั่งศาล ตามคำสั่งของผู้มีอำนาจ
ตามกฎหมาย และเพื่อประโยชน์ชอบด้วยกฎหมาย
5) เพื่อเป็นประโยชน์ของท่านและการขอความยินยอมไม่อาจจะกระทำได้ในเวลานั้น
6) เพื่อประโยชน์แก่การสอบสวนของพนักงานสอบสวน หรือการพิจารณาพิพากษาคดีของศาล
7) เพื่อเป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พระราชบัญญัติ
ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พระราชบัญญัติป้องกันและการปราบปรามฟอกเงิน ประมวลกฎหมายแพ่งและอาญาประมวลกฎหมายวิธีพิจาณาความแพ่งและอาญาเป็นต้น
3.3 บริษัทฯ อาจรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ได้รับมาจากแหล่งอื่น ๆ เฉพาะกรณีที่มี
ความจำเป็น และได้รับความยินยอมจากท่านเท่านนั้น ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ในการปรับปรุงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้เป็นปัจจุบัน และเพื่อปรับปรุงคุณภาพและประสิทธิภาพของการให้บริการต่อท่านให้ดียิ่งขึ้น
3.4 บริษัทฯ อาจจะสอบถามและจัดเก็บข้อมูลเพิ่มเติมจากท่านเพื่อใหข้อมูลนั้นมีความถูกต้อง เป็น
ปัจจุบัน และมีความสมบูรณ์อยู่เสมอ
4. การนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้
4.1 บริษัทฯ ในฐานะเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจะใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ ต่อเมื่อได้รับความยินยอมจากท่าน และจะต้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของบริษัทฯ เท่านั้น บริษัทฯ จะดูแลให้ผู้ปฏิบัติงานของบริษัทมิให้เปิดเผย แสดง หรือทำให้ปรากฏในลักษณะอื่นใดซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลของท่านนอกเหนือไปจากวัตถุประสงค์หรือต่อบุคคลภายนอกเว้นแต่
1) เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการจัดทำเอกสารจดหมายเหตุเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือที่เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยหรือสถิติซึ่งได้จัดให้มีมาตรการป้องกันที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิและ เสรีภาพของท่าน
2) เพื่อประโยชน์ต่อการป้องกันและระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพ หรือความปลอดภัย
3) เพื่อปฏิบัติตามสัญญาที่มีความผูกพันระหว่างกัน
4) เพื่อดำเนินการตามหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด หรือตามคำสั่งศาล ตามคำสั่งของผู้มีอำนาจตามกฎหมาย และเพื่อประโยชน์ชอบด้วยกฎหมาย
5) เพื่อเป็นประโยชน์ของท่านและการขอความยินยอมไม่อาจจะกระทำได้ในเวลานั้น
6) เพื่อประโยชน์แก่การสอบสวนของพนักงานสอบสวน หรือการพิจารณาพิพากษาคดีของศาล
7) เพื่อเป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พระราชบัญญัติป้องกันและการปราบปรามฟอกเงิน ประมวลกฎหมายแพ่งและอาญาประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและอาญาเป็นต้น
4.2 บริษัท อาจใช้บริการสารสนเทศของผู้ให้บริการภายนอกเพื่อให้ดำเนินการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งผู้ให้บริการนั้นจะต้องมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย โดยห้ามดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนอกเหนือจากที่บริษัทฯ กำหนด
4.3 ในบางกรณีบริษัทฯ อาจให้บุคคลหรือหน่วยงานอื่นภายนอก เข้าถึงหรือใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเท่าที่จำเป็น และเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของบริษัท ทั้งนี้ในฐานะเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องได้รับความยินยอมจากท่านก่อน
5. การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ
5.1 บริษัทฯ อาจส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังบริษัทในเครือหรือบุคคลอื่นในต่างประเทศในกรณีที่จำเป็นเพื่อปฏิบัติตามสัญญาซึ่งท่านเป็นคู่สัญญา หรือเป็นการกระทำตามสัญญาระหว่างบริษัทฯ กับบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นเพื่อประโยชน์ของท่าน หรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของท่าน ก่อนเข้าทำสัญญา หรือ เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของท่านหรือบุคคลอื่น เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย หรือเป็นการจำเป็นเพื่อดำเนินภารกิจ เพื่อประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ
5.2 บริษัทฯ อาจเก็บข้อมูลของท่านบนคอมพิวเตอร์เซิร์ฟเวอร์หรือ คลาวด์ ที่ให้บริการ โดยบุคคลอื่น และอาจใช้โปรแกรมหรือแอปพลิคเคชันของบุคคลอื่นในรูปแบบของการให้บริการซอฟแวร์สำเร็จรูปและรูปแบบของการให้บริการแพลตฟอร์มสำเร็จรูปในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน แต่บริษัทฯ จะไม่อนุญาตให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องสามาราถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลได้ และกำหนดให้บุคคลอื่นเหล่านั้นต้องมีมาตรการคุ้มครองความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม
5.3 ในกรณีที่มีการส่งข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศ บริษัทฯ จะปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองส่วนบุคคล และใช้มาตรการที่เหมาะสมเพื่อทำให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะได้รับการคุ้มครองและท่านสามารถใช้สิทธิที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ตามกฎหมายรวมถึงบริษัทฯจะกำหนดให้ผู้ที่ได้รับข้อมูลสส่วนบุคคลของท่านมีมาตรการป้องกันข้อมูลของท่านอย่างเหมาะสมและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเท่าที่จำเป็นเท่านั้นและดำเนินการเพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลอื่นใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจโดยมิชอบ
6. มาตรการและวิธีการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทฯ จะจัดให้มีมาตรการในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเหมาะสม และพัฒนาระบบการจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศให้สอดคล้องกับมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด รวมถึงสร้างจิตสำนึกในการรับผิดชอบด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลให้พนักงานของบริษัทฯ ทุกระดับ และผู้รับจ้างหรือผู้ให้บริการภายนอกของบริษัทฯ ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด หากท่านสงสัยว่าข้อมูลส่วน
บุคคลของท่านอาจถูกเปิดเผยแก่บุคคลภายนอก หรือสูญหาย หรือถูกขโมย และได้มีการทำรายการโดยมิได้รับอนุญาต กรุณาแจ้งบริษัทฯ ได้ทันที
7. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
7.1 หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีความประสงค์จะทราบข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตนเอง สามารถยื่นคำร้องของและวัตถุประสงค์ของการนำไปใช้ได้ ณ ที่ทำการของบริษัทฯ เมื่อบริษัทฯ ได้รับคำร้องขอดังกล่าวแล้ว บริษัทฯ จะดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายใน 30 วัน หรือ ภายในระยะเวลาอันสมควร
7.2 เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิภายใต้เงื่อนไขตามที่กฎหมายกำหนดดังต่อไปนี้
1) สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของตนที่บริษัทฯ เก็บรวบรวม และขอให้บริษัทฯ ทำสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวให้แก่เจ้าของข้อมูล
2) สิทธิในการขอให้บริษัทฯ แก้ไข หรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนบุคคลของตนให้ถูกต้องสมบูรณ์เป็นปัจจุบัน
3) สิทธิในการขอให้โอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคล เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล มีสิทธิในการขอรับข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบที่ บริษัทฯ มีการจัดระเบียบไว้ แล้วและสามารถอ่านได้ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงสิทธิขอให้ส่งข้อมูลไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่น หรือตัวเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเองด้วยเหตุบางประการได้
4) สิทธิในการคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย หรือไม่อนุญาตให้บริษัทฯ นำข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปประมวลผล เว้นแต่กรณีที่บริษัทฯ พิสูจน์ได้ว่าบริษัทฯ เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โดยชอบด้วยกฎหมาย หรือเพื่อปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญาระหว่างท่านและผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือโดยอาศัยสิทธิอันชอบด้วยกฎหมายอื่น
5) สิทธิขอให้ดำเนินการลบ หรือทำการให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ เว้นแต่กรณีบริษัทฯ ต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการเก็บรักษาข้อมูลดังกล่าว
6) สิทธิในการเพิกถอนความยินยอมในการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งที่การเพิกถอนดังกล่าวไม่ส่งผลใด ๆ กับการประมวลผลข้อมูลที่ได้ดำเนินการไปแล้ว โดยชอบด้วยกฎหมาย ต่อบริษัทฯ
7) สิทธิในการร้องเรียน ในกรณีที่บริษัทรวมถึงลูกจ้างหรือผู้รับจ้างของบริษัทฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 หรือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถยื่นคำร้องขอดำเนินการตามสิทธิข้างต้นได้ ณ ที่ทำการของบริษัทฯ หรืออีเมล pramuk@plic.co.th เมื่อบริษัทฯ ได้รับคำร้องขอดังกล่าวแล้วบริษัทฯ จะพิจารณาและแจ้งผลพิจารณาภายใน 30 วัน หรือภายในระยะเวลาอันสมควร อย่างไรก็ตาม สิทธิดังกล่าวอาจมีข้อกำหนดตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดและบริษัทฯ จะบันทึกคำร้องดังกล่าวไว้เป็นหลักฐานด้วย
8. ระยะเวลาในการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลและการเพิกถอนความยินยอม
8.1 บริษัทฯ จะจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ในระยะเวลาเท่าที่จำเป็นเพื่อวัตถุประสงค์ของ บริษัท หรือเป็นการจำเป็นเพื่อก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมายหรือปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้
8.2 บริษัทฯ กำหนดให้มีระบบการตรวจสอบเพื่อดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาการเก็บรักษาที่บริษัทกำหนด หรือตามข้อตกลงในสัญญาบริการ หรือคำสั่งที่ได้รับจากผู้ควบคุม
ข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับความยินยอม หรือดำเนินการตามที่ท่านร้องขอ หรือที่ท่านได้ถอนความยินยอมเว้นแตจ่เก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ตามที่กฎหมายกำหนด
9. นโยบายคุกกี้ (Cookies)
เมื่อท่านได้เข้าสู่เว็บไซต์ www.plic.co.th หรือ www.plicthermo.co.th ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการเข้าสู่เว็บไซต์ของท่านจะถูกเก็บเอาไว้ในรูปแบบของคุกกี้ โดยนโยบายคุกกี้นี้จะอธิบายถึงความหมาย การทำงาน วัตถุประสงค์ รวมถึงการลบและการปฏิเสธการเก็บคุกกี้เพื่อความเป็นส่วนตัวของท่าน โดยการเข้าสู่เว็บไซต์นี้ถือว่าท่านได้อนุญาตให้เราใช้คุกกี้ตามนโยบายคุกกี้ที่มีรายละเอียดดังต่อไปนี้
คุกกี้คืออะไร
คุกกี้ คือ ข้อมูล text files บนคอมพิวเตอร์ที่เก็บรวบรวม standard internet log information และข้อมูลพฤติกรรมการเยี่ยมชมเว็บไซต์ของท่าน คุกกี้ เป็นไฟล์ขนาดเล็กที่เว็บไซต์หรือผู้ให้บริการมีการส่งไปจัดเก็บในคอมพิวเตอร์ของท่านผ่านทางเว็บบราวเซอร์ (ถ้าท่านอนุญาต) ซึ่งช่วยให้ระบบของเว็บไซต์หรือผู้ให้บริการรู้จักบราวเซอร์ของท่าน และสามารถจัดเก็บและจดจำข้อมูลบางอย่าง รวมถึงข้อมูลพฤติกรรมการเยี่ยมชมเว็บไซต์ของท่าน อย่างไรก็ตามรหัสในไฟล์คุกกี้จะทำให้เว็บไซต์รู้เพียงว่าท่านเป็นผู้ใช้โดยเฉพาะ แต่จะไม่สามารถระบุชื่อหรือที่อยู่หรือข้อมูลอื่นของท่านได้ เว้นแต่ท่านจะได้ให้ข้อมูลดังกล่าวแก่เว็บไซต์หรือตั้งค่ากำหนดในบราวเซอร์โดยอัตโนมัติ ซึ่งทำ
ให้เมื่อท่านเยี่ยมชมเว็บไซต์ของบริษัทฯ บริษัทฯจะเก็บข้อมูลของท่านผ่านทางคุกกี้หรือเทคโนโลยีอื่นที่คล้ายกันโดยอัตโนมัติ
เราใช้คุกกี้เพื่ออะไรบ้าง
มีคุกกี้อยู่หลายประเภท อย่างไรก็ตาม เว็บไซต์ของบริษัทฯ ใช้คุกกี้เพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้:
- ตามวัตถุประสงค์ – บริษัทฯ ใช้คุกกี้เพื่อจะได้จดจำท่านบนหน้าเว็บไซด์ของบริษัทฯ และจดจำสิ่งที่ท่านตั้งค่าไว้ก่อนหน้า รวมถึงภาษาที่ท่านใช้และพื้นที่ที่ท่านอยู่
- ช่วยให้บริษัทฯ จดจำความต้องการของท่านตามกิจกรรมในเว็บไซต์ก่อนหน้าหรือปัจจุบันซึ่งช่วยให้บริษัทฯ สามารถจัดหาบริการที่ดีขึ้นและเหมาะสำหรับการเข้าชมของท่านในอนาคต
- ช่วยให้บริษัทฯ สามารถวิเคราะห์ประสิทธิภาพของโฆษณา และวิเคราะห์การใช้งานเว็บไซต์ได้
- รวบรวมข้อมูลโดยรวมเกี่ยวกับการเข้าชมเว็บไซต์และการโต้ตอบในเว็บไซต์เพื่อมอบประสบการณ์และเครื่องมือในเว็บไซต์ที่ดีขึ้นในอนาคต
- เพื่อความปลอดภัยและป้องกันการเข้าใช้บัญชีของท่านจากผู้ไม่ได้รับอนุญาต
การจัดการคุกกี้
ท่านสามารถตั้งค่าบราวเซอร์ของท่านไม่ให้ยอมรับการใช้คุกกี้ได้ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.aboutcookies.org นอกจากนี้เว็บไซต์ที่ระบุไปในข้างต้นยังบอกถึงวิธีนำคุกกี้ออกจากบราวเซอร์ของท่าน อย่างไรก็ตาม ในบางกรณี การตั้งค่าดังกล่าวอาจทำให้ไม่สามารถใช้บางฟีเจอร์บนหน้าเว็บไซต์ของบริษัทฯได้
หากท่านเลือกปฏิเสธที่จะใช้คุกกี้ที่บริษัทฯ ใช้สำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการโฆษณา เราจะหยุดการใช้คุกกี้นั้น แต่ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าท่านจะไม่เห็นโฆษณาเมื่อท่านเยี่ยมชมเว็บไซต์ของบริษัทฯ แต่หมายความเพียงว่าโฆษณาที่ท่านเห็นอาจจะไม่ตรงกับความสนใจของท่าน ท่านสามารถลบและปฏิเสธการเก็บคุกกี้ได้โดยศึกษาตามวิธีการที่ระบุในแต่ละเว็บเบราว์เซอร์ที่ท่านใช้งานอยู่ตามลิงก์ดังนี้ (ข้อมูล ณ วันที่ เปลี่ยนตามวันที่ขึ้น)
- Chrome
- Chrome for android
- Chrome for ios
- Firefox
- Internet Explorer
- Microsoft Edge
- Safari
- Safari for ios
การเปลี่ยนแปลงนโยบายคุกกี้
นโยบายคุกกี้นี้อาจมีการปรับปรุงแก้ไขตามโอกาสเพื่อให้เป็นไปตามกฎระเบียบ ดังนั้นเราขอแนะนำให้ท่านตรวจสอบให้แน่ใจว่าท่านได้เข้าใจการเปลี่ยนแปลงตามข้อกำหนดดังกล่าว
10. ขอบเขตนโยบาย
บริษัทฯ มีการดำเนินการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 โดยแต่ตั้งเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer: DPO) เพื่อตรวจสอบการดำเนินการของบริษัทที่เกี่ยวกับการเก็บรวบราม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองส่วนบุคคล และสร้างความตระหนักให้พนักงานทุกระดับ ของบริษัทฯ ปฏิบัติงานให้ถูกต้อง สอดคล้องกับนโยบาย แนวปฏิบัติ คู่มือ และกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องอยูเสมอ เพื่อให้สอดคล้องและเป็นไปตามกฎหมาย ทั้งนี้หากมีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง หรือแก้ไข บริษัทฯ จะประกาศแจ้งให้ทราบผ่านเว็บไซค์ของบริษัท www.plic.co.th / www.plicthermo.co.th
ประกาศ ณ วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569
(นายทาคาโอะ โอคูโบะ)
กรรมการผู้จัดการ
